BEOGAMING เชส ฟราเบรกัส

BEOGAMING : ปฏิเสธไม่ได้เลยหากจะถามหาทีมที่โดดเด่นที่สุดในทัวร์นาเมนต์ ยูโร ปี 2008 ต้องหนีไม่ทีมกระทิงดุอย่างสเปนอย่างแน่นอน ที่เล่นได้อย่างสวยงามและเร้าใจตลอดทั้งทัวร์นาเมนต์ โดยเฉพาะแผงมิดฟิลด์ที่เรียกได้ว่าเป็นกลยุทธ์สำคัญของทีมกระทิงดุเลยก็ว่าได้ โดยในวันนี้ขอยกหนึ่งในกองกลางที่เล่นได้โดดเด่นที่สุดของทีมชาติสเปน มาแนะนำแล้วกัน เขาคนนั้นก็คือ เชส ฟาเบรกาส กองกลางดาวรุ่งจากสโมสรอาร์เซนอล

BEOGAMING : เชส ฟราเบรกัส

BEOGAMING : เชส ฟราเบรกัส เกิดเมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม ค.ศ. 1987 เดิมทีเขาเป็นเด็กในรั้วของอคาเดมี่ในสโมสรบาร์เซโลน่า ซึ่งคาดว่าถึงตอนนี้ทีมเจ้าบุญทุ่มคงต้องมานั่งกุมขมับเป็นแน่แท้ ว่าปล่อยเพชรน้ำงามของทีมออกมาได้อย่างไร โดย ฟาเบรกาส ออกจากบาร์เซโลน่า ตอนที่มีอายุแค่ 15 ปีเท่านั้น ใครจะเชื่อว่าเขาใช้เวลาเพียง 1 ปี ในการก้าวขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ของอาร์ฌซนอลจนสำเร็จ โดยเกมประเดิมสนามของเขาเป็นเกมที่อาร์เซนอล พบกับ ร็อทเทอร์แฮม ยูไนเต็ด ในปี 2003 ส่งผลให้เขาเป็นนักเตะที่อายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ที่ได้ลงเล่นในสีเสื้อของอาร์เซนอล ด้วยอายุ 16 ปี 177 วัน ก่อนที่จะกลายเป็นผู้เล่นที่อายุน้อยที่สุดที่ทำประตูได้ประวัติศาสตร์ด้วยวัย 17 ปี ในเกมที่เอาชนะวูลฟ์ 5-1 ในเกมคาร์ลิง คัพ แม้ว่าอาร์เซนอลจะเป็นแชมป์พรีเมียร์ลีก ด้วยการไม่แพ้ใครเลยตลอดฤดูกาล แต่ทว่า ฟาเบรกาสไม่ได้เหรียญรางวัลในปีดังกล่าวแต่อย่างใด เนื่อยด้วยเหตุผลที่ว่า เขาไม่ได้ลงเล่นจนไปถึงรอบเกมลึกแต่อย่างใด

ในปีถัดมา ฟาเบรกาส เขาแจ้งเกิดได้อย่างเต็มตัว ด้วยการลงเล่นเป็นตัวจริง เนื่องจากการบาดเจ็บของผู้เล่นภายในทีม โดยเกมที่แจ้งเกิดเชส ฟาเบรกาส ได้อย่างเต็มตัว ก็คือเกมที่ อาร์เซนอล เอาชนะ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 3-1 ในศึกชิงโล่ห์ การกุศล คอมมูนิตี้ ชิลด์ ปี 2004 และนับจากนั้นเขาก็กลายเป็นตัวหลักของอาร์เซนอลด้วยวัยเพียงแค่ 17 ปีเท่านั้น ด้วยผลงานที่ผ่านมาของเขาทำให้เขากลายเป็นนักเตะแนวหน้าของยุโรป ที่ได้รับความสนใจจากสโมสรยักษ์ใหญ่ทั้งหลาย และพร้อมที่จะทุ่มเม็ดเงินมากมายมหาศาลเพื่อได้เขามาครอบครองนั้นเอง ในฤดูกาล 2007/2008 ที่ผ่านมา ฟาเบรกาส เกือบที่จะพาอาร์เซนอล คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกเป็นครั้งแรกในรอบ 4 ปี แต่ว่ากลับมาตกม้าตายในช่วงท้ายฤดูกาล จนโดนแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แซงคว้าแชมป์ไปอย่างน่าเจ็บปวด

สำหรับผลงานในระดับทีมชาติของเขาก็ไม่ใช่เรื่องกล้อย ๆ เหมือนกัน เขาเริ่มต้นความโด่งดังมาตั้งแต่เล่นอยู่ในระดับเยาวชน ด้วยการเล่นให้ทีมชาติสเปนชุดอายุไม่เกิน 17 ปี และคว้าตำแหน่งรองแชมป์ โลกที่ประเทศฟินแลนด์ โดยในครั้งนั้นฟาเบรกาส เป็นดาวซัลโว ประจำทัวร์นาเมนต์ด้วยจำนวน 5 ประตู และได้รับเลือกให้เป็นผู้เล่นยอดเยี่ยมประจำรายการอีกด้วย

และผลงานในระดับทีมชุดใหญ่ของสเปน โดยเขาหนักไปในทางของผู้เล่นตัวสำรองเสียมากกว่า แต่ในยูโร 2008 ครั้งนี้เขากลายเป็นตัวทีเด็ดของหลุยส์ อราโกเนส กุนซือทีมชาติสเปน โดยลงมาพลิกเกมได้หลาย ๆ ครั้ง โดยเฉพาะในเกมที่สเปนเจอกับอิตาลี และ รัสเซีย ในรอบน็อกเอาต์ ฟาเบรกาส เขาคือผู้ถูกเลือกให้เป็นผู้เล่นยอดเยี่ยมทั้งสองเกม โดยเลือกโดยสื่อมาร์ก้า ที่เทคะแนนให้เชส อย่างท่วมท้น ในฐานะกลจักรสำคัญที่พาทีมกระทิงดุมีลุ้นแชมป์รายการระดับเมเจอร์เป็นครั้งแรกในรอบ 44 ปี ในศึกทัวร์นาเมนต์ ยูโร 2008 เชสลงสนามเกมแรกในฐานะตัวสำรอง เขาถูกเปลี่ยนตัวลงมาแทนตอเรส และซัดประตูทิ้งท้ายในช่วงทดเวลา ช่วยให้สเปนฝังรัสเซียไป 4-1 ประตูด้วยกัน จนสามารถพลิกกลับเข้ามาถึงรอบน็อคเอาท์จนได้ สเปนเสมอในเวลากับทีม อิตาลี 0-0 และในการดวลจุดโทษกันนั้น ก็เป็นเชส ที่ยิงทิ้งท้ายให้ทีมดวลจุดโทษชนะไป 4-3 พาทีมเข้ารอบจนกระทั่งได้แชมป์มาในท้ายที่สุด

บทความจาก : BEOGAMING BEO555

orientaliaparthenopea.org